0 2%2C215+%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD+%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2+%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2+%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7+-+2215

2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว - 2215

เข้าฉาย 6 กันยายน 2561
ผู้ชม : 16,588
ผู้กำกับ : ณฐพล บุญประกอบ
ความยาวหนัง : 90.00
Text Size

หนัง 2215 หรือชื่อไทยว่า 2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว จากปรากฏการณ์การวิ่งครั้งประวัติศาสตร์ระยะทางกว่าสองพันกิโลเมตร มีคนอาสามาร่วมขบวนวิ่งนับหมื่น มีคนยืนชะเง้อรอเซลฟี่อีกนับแสน มีผู้ชมทางบ้านนั่งจ้องหน้าจอไลฟ์อีกนับล้าน จนมีเงินระดมบริจาคเข้ามาให้โรงพยาบาลเกินหนึ่งพันสี่ร้อยล้าน! ทั้งหมดนี้.. เริ่มต้นเพราะคนหนึ่งคน อยู่บนเวที เขาคือศิลปินที่สะกดผู้ชมด้วยเพลงร็อคอันเร่าร้อนทรงพลัง อยู่บนถนน เขาคือนักวิ่งที่ทำสถิติวิ่งข้ามประเทศคนแรกของไทย แต่อยู่บนรถบ้าน เขาคือไอ้หนุ่มร่างผอม ติดกาแฟ ดื้อกับหมอ แถมยังตลกฝืด! ตลอด 55 วันของ "ก้าวคนละก้าว" ทุกเหตุการณ์ ทุกแง่มุม ทุกดราม่า น่าจะถูกเล่าออกสื่อไปหมดแล้ว.. ยกเว้นเรื่องราวจากกล้องตัวนี้ นี่คือภาพยนตร์สารคดีคลุกวงใน ที่จะพาคุณฝ่าฝูงชนไปค้นลึกถึงเบื้องหลังแรงขับของนักร้องน่องเหล็ก พี่ตูน-บอดี้สแลม ผู้แบกฝันฝ่าแดดลุยฝนไล่ตามความเชื่อไปจนถึงแสงสุดท้าย โดยทีมงานสารคดีทีมเดียวที่ตามติดถ่ายทำเข้านอกออกในแบบไม่เคาะประตู (ยกเว้นตอนเข้าห้องน้ำ) บนเส้นทางจากเบตงถึงแม่สาย มาค้นพบแรงบันดาลใจไปพร้อมกัน ทีละก้าว

“2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว” ภาพยนตร์คลุกวงในตลอด 55 วัน ของ ก้าวคนละก้าว จากกล้องตัวเดียวของทีม GDH ที่คุณไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจในการทำความดี ด้วยการบริจาคเพื่อหารายได้ซื้ออุปกรณ์การแพทย์โรงพยาบาลศิริราช อาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อผู้ป่วยด้อยโอกาส และ ผลิตบุคลากรทางการแพทย์รุ่นใหม่ต่อไป

เปิดให้ชมฟรีจำนวน 720,000 ที่นั่ง ที่โรงภาพยนตร์ ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2561 นี้เป็นต้นไป

รีวิววิจารณ์หนัง (0)

10 กันยายน 2561 11:42:36

2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว
9.8/10
“จากความเชื่อ...เป็นความบ้า จากความกล้า...เป็นการเริ่มต้นก้าว”
สารคดีที่ไม่เบื่อ มีครบทุกอารมณ์ เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ

หนังเรื่องนี้เป็นหนังสารคดีเกี่ยวกับโครงการ “ก้าวคนละก้าว” ที่ริเริ่มด้วยชายคนหนึ่งที่ชื่อ อาทิวราห์ คงมาลัย และเรียกกันจนติดปากว่า “พี่ตูน” หรือ “ตูน บอดี้แสลม” ที่ถึงแม้เราจะรับรู้เรื่องราวของเขากับโครงการครั้งนี้ผ่านทางข่าวบ้างอะไรบ้าง แต่ในหนังสารคดีเรื่องนี้ คุณจะไปเห็นอีกหลายแง่มุม จากหลายมุมมอง เบื้องลึก เบื้องหลัง ความรู้สึก ทั้งทางฝั่งพี่ตูนและประชาชนที่มาเฝ้ารอ และเราจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่านาทีนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จักผู้ชายที่ชื่อ “ตูน” อย่างแน่นอน

หนังดีทุกภาคส่วน ตั้งแต่การนำเสนอที่ครบทุกองค์ประกอบที่หนังควรจะมี ไปจนถึงการตัดต่อขั้นเทพที่ผ่านการร้อยเรียงมาอย่างดี

-------------------------------------------------

ในด้านเนื้อหา หนังได้นำเสนอสี่คำนี้ออกมาอย่างชัดเจน

หนังเริ่มต้นด้วยความ “เชื่อ”

เนื้อหาในหนังมันทำให้เราเข้าใจโครงการก้าวคนละก้าวมากขึ้นไปอีกขั้น ตั้งแต่การเริ่มคิด การวางแผน การดำเนินการ การควบคุม และทุกกระบวนการ ตลอดไปจนจบโครงการ ตัวหนังยังเล่าถึงความรู้สึกของพี่ตูน เพื่อนๆ ทีมงาน และคนใกล้ตัว อย่างลึกซึ้ง ว่าทำไมความเชื่อนี้ได้กลายเป็นโครงการนี้ และมันยิ่งทำให้เราๆ ได้รู้จักผู้ชายที่ใครๆ ก็เรียกเขา “พี่ตูน” มากขึ้นไปอีก หนังมีทุกองค์ประกอบที่หนังดีๆ สักเรื่องควรมี ทั้งในส่วนของดราม่าเอย ตลกเอย แถมยังมอบความรู้สึกที่โคตรดีไปตลอดทั้งเรื่อง และยังสร้างพลังในทางบวกให้กับเราด้วย

ความ “บ้า” ที่เป็นแรงผลักดันของหนังเรื่องนี้

เริ่มบ้าตั้งแต่ตัวพี่ตูนที่คิดทำโครงการนี้ บ้าลามไปยังทีมงาน และคนใกล้ตัวทั้งหมด จนมาถึง GDH ที่บ้ามาถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ แบบนี้ด้วยการตามติดชีวิตตั้งแต่เริ่มต้นจนจบโครงการ จนแอบคิดว่าถ้าไม่มีคนมาเก็บภาพเหล่านี้ เราคงพลาดหนังสารคดีที่โคตรดีมากๆ เรื่องนึง

การดำเนินเรื่องของหนังดำเนินไปได้อย่างไหลลื่น ไม่มีสะดุด มีการเปิดเรื่องที่สุดยอด และปิดเรื่องได้สุดยอดกว่า ทุกคำพูดที่ออกมาจากปากของทุกๆ คน บวกกับฟุตที่ถูกร้อยเรียงได้เข้ากันแบบสุดๆ ราวกับได้ถูกเขียนสคริปท์มายังไงยังงั้น

จากความบ้า มันต้องอาศัยความ “กล้า” ด้วย

กล้าที่จะลงมือทำ กล้าที่จะเริ่มวิ่ง กล้าที่ตัดสินใจ กล้าที่จะเผชิญความอันตรายและเผชิญความเสี่ยงของการวิ่งในครั้งนี้ ในเมื่อมีคนรักก็ต้องมีคนเกลียด ในหนังยังสะท้อนให้เราได้เห็นด้วยเช่นกัน พี่ตูนและทีมงาน ก็ต้องกล้าที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งเรานี้เหมือนกัน ความกล้าทั้งหมดนั้นมันหลอมลวมให้เกิด….

การ “ก้าว” ไม่ใช่แค่พี่ตูนและทีมงานเท่านั้น

การก้าวออกมา การร่วมมือกันของประชาชนต่างๆ หนังยังสะท้อนมุมมองในอีกด้านให้เราได้เห็นอย่างชัดเจน ฉากในเรื่องทำให้เรายิ้มทั้งน้ำตาอยู่หลายฉากเหมือนกัน แถมการได้ดูหนัง การได้ดูหนังสารคดีเรื่องนี้มันเหมือนเรากำลัง “ก้าวไปทีละก้าว” ไปพร้อมๆ พี่ตูน รับรู้ทุกๆ ความรู้สึก ทุกเรื่องราว หรือแม้กระทั่งการเริ่มก้าวของพี่ตูนในวัยเด็กเช่นกัน

----------------------------------------------------

ก่อนอื่นนอกเหนือจากพี่ตูนและทีมงานที่วิ่งและทำได้ยอดเยี่ยมแล้ว ต้องชื่นชมตากล้องมาก ที่ร่วมวิ่งไป ถ่ายไป ทั้งวัน แบกกล้องกับตัวกันสั่น น้ำหนักมาก จับทุกเหตุการณ์ ด้วยกล้องหนึ่งตัว โดยเก็บรายละเอียดให้ได้ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด น่าชื่นชมสุดๆ

ในด้านการตัดต่อนั้นทำออกมาได้ดี และภาพก็สวยงามอย่างเหลือเชื่อ ไม่แพ้เนื้อหาของหนังเลย

ตั้งแต่ฉากเปิดเรื่องด้วยเพลง “แสงสุดท้าย” ที่นำฟุตต่างๆ ที่พี่ตูนไปเล่นกับน้องๆ เด็กๆ วงดนตรี ระหว่างโครงการก้าวคนละก้าวนี้ มาร้อยเรียงต่อกัน ประกอบกับเพลงพี่ตูนที่เปิดไว้ ทั้งจังหวะการตัดต่อ การแตกชอตแต่ละฉาก การเลือกแต่ละฉากมาประกอบ เรียกได้เลยว่าเพอร์เฟ็ก

ตลอดทั้งเรื่องหนังไม่ใช่การนำฟุตเทจมาร้อยเรียงกันและให้ใครมาเล่าเรื่อง แต่หนังมีการเก็บฟุตเทจสวยๆ มาประกอบหนังสารคดีเรื่องนี้เยอะมากๆ หลายๆ ฉากนี่เราสามารถแคปแล้วไปทำเป็นรูป BG สวยๆ สักรูปได้เลย บวกกับการตัดต่อที่ร้อยเรียงทั้งคำพูดให้เข้ากับฟุตเทจในแต่ละฉาก การเลือกใส่เพลงมาให้ตรงกับความรู้สึก บรรยากาศ และคำพูดของตัวละครในช่วงเวลานั้นๆ ล้วนแล้วทำออกมาได้โคตรจะยอดเยี่ยมจนไม่รู้จะติตรงไหนเลย

และนอกเหนือจากโครงการก้าวคนละก้าว หนังยังพาเราไปเห็นวัยเด็กของพี่ตูน กับคลิปในวัยเด็ก และได้ยินพี่ตูนร้องเพลงตอนเด็กด้วย มันช่างยอดเยี่ยมเหลือเกินเหมือนทั้งสองสิ่งนั้นถูกตัดต่อมารวมกัน

0.2 คะแนนหายไปไหน?

มันคือ 0.2 คะแนนที่เราอยากให้มันเกิดขึ้นในหนัง แต่ทั้งหมดมันดีอยู่แล้วนะ

0.1 แรก น่าเสียดายนิดเดียว ถึงแม้เราจะได้ฟัง ได้เห็น ความรู้สึก คำพูดของทีมงานหลายๆ คน แต่คนนึงที่เราไม่ได้เห็นเขาสักเท่าไหร่คือ คนรักของพี่ตูนหรือก้อย รัชวิน หนังไม่ได้ไปสัมภาษณ์หรือพาเราไปดูในแง่มุมของก้อยเลยแม้แต่น้อย เห็นแหละ แต่ไม่ได้ถูกสัมภาษณ์อะไร อาจจะเพราะปัญหาลิขสิทธิ์บางอย่างก็เป็นได้

0.1 ต่อมา เราอยากให้พูดถึงเหตุการณ์ของผลกระทบการที่พี่ตูนหยุดถ่ายรูปบ่อยๆ ทำให้เกิดปัญหาทางด้านร่างกาย ในหนังพูดถึงอยู่นิดนึง แต่อยากให้ออกมาขยายความความรู้สึก ณ จุดๆ นั้นมากกว่านี้

เป็นหนังที่ควรมาดูอย่างยิ่ง อยากให้มาดูมากๆ ไม่รู้จะบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรยังไงดี หลังดูจบ หนังไม่ได้เพียงแต่ถ่ายทอดเกี่ยวกับโครงการก้าวคนละก้าว หรือตัวพี่ตูนเท่านั้น หนังยังสร้างแรงบันดาลใจอย่างเต็มเปี่ยมให้กับผู้ชมอย่างมากมายสุดๆ ตลอดทั้งเรื่องเลยทีเดียว คุณจะยิ้มทั้งน้ำตาออกมาจากโรงแน่นอน

หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนึ่งในหนังสารคดีในดวงใจไปเลย

ปัจฉิมลิขิต ในหนังเรื่องนี้ไม่มีเพลง "วิ่งแบบพี่ตูน" นะจ๊ะ

สรุปผลวิจารณ์หนัง

บทหนัง
10
การดำเนินเรื่อง
9
ดนตรีประกอบ
10
ฝีมือนักแสดง
10
กราฟฟิก
10
คะแนนเฉลี่ย
9.8

ความคิดเห็น (0)

GUEST
Mam
15 กันยายน 2561 15:19:06
ดูฟรีไหมคะ ดูฟรีตอนไหนวันไหนหรอคะ😊
GUEST
หล่อ
11 กันยายน 2561 14:34:08
ร่วมรายการดูฟรีมั้ยครับที่เมญ่า เชียงใหม่
13 กันยายน 2561 11:06:16
อันนี้ไม่ทราบจริงๆ ครับ ขอโทษด้วยน้าาา
GUEST
โจอี้
11 กันยายน 2561 14:32:32
ดูฟรีรอบกี่โมงครับ
13 กันยายน 2561 11:05:57
ดูฟรีรอบ 1 ทุ่มครับ สามารถรับบัตรชมภาพยนตร์ได้ก่อนเวลาฉายหน้าโรงภาพยนตร์เลยครับ จะมีโต๊ะตั้งแจกบัตรอยู่

หนังภาพยนตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง