0 %E0%B9%99+%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2+-+The+Legend+of+Muaythai+%3A+9+Satra

๙ ศาสตรา - The Legend of Muaythai : 9 Satra

เข้าฉาย 11 มกราคม 2561
ผู้ชม : 48,653
ผู้กำกับ : กันย์ พันธุ์สุวรรณ, ณัฐ ยศวัฒนานนท์
ความยาวหนัง : 110.00
Text Size

หนัง 9 Satra หรือชื่อไทยว่า 9 ศาสตรา “๙ ศาสตรา” เป็นเรื่องราวการผจญภัยของ "อ๊อด" เด็กหนุ่มที่ชะตาลิขิตให้เป็นส่วนหนึ่งในการกอบกู้อาณาจักร รามเทพนคร แผ่นดินเกิดของเขาให้รอดพ้นอำนาจของ เทหะยักษา เจ้าแห่งยักษ์ผู้เข้ามายึดครองอาณาจักร และก่อความทุกข์เข็ญให้กับเหล่าประชาชน

อ๊อด ได้ฝึกฝนเคี่ยวกรำ ร่ำเรียนศิลปะการต่อสู้มวยไทย ที่เคยหายสาบสูญไป จากครูมวยอันดับหนึ่งของแผ่นดิน โดย อ๊อด มีภารกิจอันยิ่งใหญ่ ในการนำสุดยอดศาตราวุธ ๙ ศาสตรา ไปมอบให้องค์ชายรัชทายาทแห่ง รามเทพนคร เพื่อใช้ในการกอบกู้อาณาจักร พร้อมกับพลพรรคเพื่อนพ้อง ไม่ว่าจะเป็น “เสี่ยวหลาน” โจรสลัดอากาศสาวงามชาวจีน และยังมี ลิงทะโมน นามว่า “วาตะ” เจ้าชายแห่งอาณาจักรลิง รวมถึง “อสูรสีชาด” ยักษ์สีแดงร่างใหญ่ใจดี

สุดท้ายนี้ อ๊อด และพรรคพวกจะสามารถทำภารกิจนี้ให้สำเร็จอย่างไร เขาจะคว้าชัยชนะในศึกครั้งใหญ่กับกองทัพโหดทมิฬมหึมาของเหล่ายักษาได้หรือไม่ ใครคือวีรบุรุษที่จะมาช่วยปลดปล่อยประชาชนที่ตกเป็นทาสจากอำนาจมืดนี้ ติดตามได้ใน “๙ ศาสตรา” ภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ยิ่งใหญ่ตระการตา และสนุกตื่นเต้นครบรสทุกอารมณ์

 

รีวิววิจารณ์หนัง (0)

19 มกราคม 2561 11:04:20

๙ ศาสตรา (กันย์ พันธ์สุวรรณ, ณัฐ ยศวัฒนานนท์, พงศา กรศรี | ไทย | 2018 | Aniamtion)

เปิดปีรับศักราชใหม่วงการหนังไทยก็มีหนังมาทำให้ชื่นใจตั้งแต่หัวปีแล้วกับ ๙ ศาสตรา หนังอนิเมชั่นฟอร์มยักษ์ที่จัดเต็มกับทุนสร้างกว่า 230 ล้านบาท ที่มาพร้อมกับความแอคชั่นระทึกขวัญตื่นตาตื่นใจไปกับความแฟนตาซีและความตลกสนุกสนาน เรื่องราวของ อ๊อด เด็กหนุ่มที่ออกเดินทางผจญภัยเพื่อนำ ๙ ศาสตรา อาวุธลับในตำนานกลับไปยังเมืองรามเทพบ้านเกิดของตัวเองที่ถูกกองทัพยักษ์รุกรานและยึดเป็นฐานที่อยู่ของพวกตัวเอง ระหว่างทางอ๊อดก็ได้เจอกับมิตรภาพมากมายที่มาช่วยต่อสู้กับเหล่าศัตรูและภยันตรายที่เข้ามา จนในที่สุดก็พากันไปถึงรามเทพ(ที่ไม่เกี่ยวกันแต่ก็ทำให้นึกถึงจตุคามรามเทพอยู่ร่ำไป) อ๊อดและผองเพื่อนได้แฝงตัวเข้าไปในรังของผู้ปกครองยักษ์เพื่อปลดแอกเชลยทั้งหลายรวมทั้งช่วยเหลือเจ้าชายแห่งรามเทพและส่งมอบ ๙ ศาสตราให้ถึงมือเจ้าชาย

หนังเปิดเรื่องมาก็พาเข้าฉากแอคชั่นสุดระทึกกันเลย กับงานภาพที่ละเอียดทั้งการออกแบบการต่อสู้และตัวละครต่างๆ ไปจนถึงการเคลื่อนไหวในฉากแอคชั่นที่ไหลลื่นชวนตื่นตาตื่นใจมากกว่าหนังอนิเมชั่นของไทยเรื่องไหนๆ ที่เคยมีมา สัมผัสได้ถึงความตั้งใจดีบวกกับฝีมือของคนทำตั้งแต่แรกเริ่ม แต่น่าเสียดายที่หลังจากฉากแอคชั่นตะลุมบอนกลางสายฝนนั้นหนังก็พาเข้าสู่ช่วงปูเรื่องราวเรื่อยเอื่อยมากไปเสียหน่อย งานภาพยังดีอยู่แต่ปัญหาที่ส่วนตัวรู้สึกคือการเล่าแนะนำให้ทำความรู้จักตัวละครผ่านชั้นเชิงบทที่ราบเรียบจำเจและง่ายจนสามารถคาดเดาแต่ละก้าวย่างของตัวละครมากไปหน่อย จนความน่าเบื่อมาเยือนในช่วงแรกก่อนที่การออกเดินทางผจญภัยจะมาถึง โดยเฉพาะในตอนที่พ่อต้องบอกความจริงที่ปกปิดมานานกับอ๊อดนั้นไร้ชั้นเชิงจนขาดมิติมากจนน่าเสียดาย จนมาถึงฉากที่อ๊อดขว้าง ๙ ศาสตราทิ้งพร้อมกับพูดประโยคสุดแสนจะคลิเชจนต้องขมวดคิ้วให้ด้วยความที่เสียดายแทนว่า ถ้าหากคิดเกลาบทพูดเพื่อลดทอนความจงใจให้เป็นธรรมชาติมากกว่านี้น่าจะดีต่อความรู้สึกในแต่ละฉากละตอนสำคัญไม่น้อยเลย

หลังจากนั้นหนังก็เริ่มน่าติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ ไปกับการผจญภัยของอ๊อดที่พาคนดูไปเจอพื้นที่และตัวละครใหม่ๆ ที่มีเสน่ห์และน่าทำความรู้จักตั้งแต่ลิงตัวแดงเจ้าชายเมืองลิงที่เคยถูกยักษ์รุกราน กับยักษ์ตัวแดงที่หนีออกนอกเมืองยักษ์และกลายมาเป็นสหายกัน และนายหญิงสำเภาโจรสลัดอากาศชาวจีนสาวสวยที่มาทำให้พระเอกอ๊อดเกิดความหวั่นไหวครั้งแรกในวัยหนุ่ม รวมถึงตัวละครฝ่ายร้ายอย่างแม่ทัพยักษ์ และนักฆ่าขี่ครุฑที่ตามล่าพระเอก ตัวละครสำคัญทั้ง 6 ถูกออกแบบมาให้มีเสน่ห์และมีพื้นหลังชีวิตความเป็นมาที่มีมิติเพียงพอให้ชวนติดตามความเป็นไป แต่น่าเสียดายจนต้องถอนหายใจเมื่อเวลาปมบางอย่างของบางตัวละครถูกเปิดเผยกลับขาดมิติและทำให้ความน่าสนใจที่มีราบเรียบไปกับการยัดเยียดและความจงใจที่อยากจะให้ตัวละครคิดและเป็นไปตามใจอยากอย่างเห็นได้ชัด

แน่นอนว่าบทโดยรวมยังเป็นปัญหาสำคัญของอนิเมชั่นเรื่องนี้โดยเฉพาะการหาทางออกให้ตัวละครด้วยความไทยๆ แบบโต้งๆ จังหวะแสงอาทิตย์ผุดมาพร้อมวลีเวรระงับด้วยการไม่จองเวรนั้นยังคงเป็นฉากที่น่าชวนเลี่ยนเอียนและน่าเสียดายที่สุด ทั้งที่การขุดลึกปมตัวละครร้ายในฉากนั้นนับว่าเป็นหนึ่งในความสร้างสรรค์ที่น่าค้นหาและน่าขบคิดที่สุดตามบริบทบ้านเมืองไทยในโลกภาพยนตร์ แต่หนังก็ไม่ได้ใส่ใจและนำพาไปถึงไหน แถมตัดบทด้วยการยัดจับวางสร้างความดีแบบฉาบฉวยขึ้นมาผลิบานกลางใจตัวละคร น่าเสียดายสุดๆ

แต่ถึงอย่างนั้นโดยรวมแล้ว ๙ ศาสตราก็ยังคงเป็นหนังที่ดูสนุก ฉากแอคชั่นที่อาจจะชวนลายตาในบางขณะแต่ก็ชวนตื่นตาตื่นใจสัมผัสได้ถึงแพสชั่นความหลงใหลและตั้งใจจริงของทีมผู้สร้างที่วาดหวังจะให้หนังออกมาดีที่สุด เป็นหนังที่ควรสนับสนุนเพื่อที่จะให้คนทำหนังได้มีทุนทั้งกำลังใจและกำลังเงินที่จะสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ยิ่งๆ ขึ้นไปออกมาให้ได้ชมกันอีก นับว่าเป็นอีกปีที่วงการหนังไทยมีหนังเปิดปีที่น่าตื่นตาตื่นใจทีเดียว

หาก ๙ ศาสตราฉายปลายปีที่แล้วตามกำหนดเดิมอย่างที่เคยได้ยินมาก็แน่นอนเลยว่าจะกลายเป็นตัวเก็ง 1 ในหนังลุ้นรางวัลได้กระทั่งหนังยอดเยี่ยมในเวทีระดับประเทศได้ไม่ยากเย็น อย่างน้อยๆ ก็เวทีป๊อปปูล่าอย่างสุพรรณหงส์ ซึ่งพอไล่นับหนังดีๆ นอกเหนือจากหนังสารคดีดีๆ ที่พอจะชิงหนังเยี่ยมได้ด้วยมือข้างเดียวก็ยังนับได้ไม่ครบนิ้ว แต่ในปีนี้ที่มีหนังนอกกระแสที่เพิ่งผ่านเวทีระดับนานาชาติและได้รับคำชื่นชมหนาหูมาสองสามเรื่องก็คงทำให้คนที่เชียร์ ๙ ศาสตราต้องออกแรงเชียร์กันมากหน่อยแล้วล่ะ ขอย้ำว่าเป็นหนังน่าสนับสนุนที่เชียร์ให้ไปดูกันเยอะๆ อย่าปล่อยให้ชะตากรรมเป็นเหมือน เปรมิกา T^T

สรุปผลวิจารณ์หนัง

บทหนัง
6.5
การดำเนินเรื่อง
7.5
ดนตรีประกอบ
7
ฝีมือนักแสดง
7
กราฟฟิก
8
คะแนนเฉลี่ย
7.2

ความคิดเห็น (0)

14 มกราคม 2561 08:49:06
 
มีโอกาสพาเด็กๆไปชมในวันเด็ก (ผู้ปกครองพาเด็กๆไปชมกันเยอะมาก เกือบเต็มทุกรอบ) พอออกจากโรงหนัง เด็กๆพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หนังสนุกมาก..สำหรับผม มันส์ ครบรส ตัวการ์ตูนสร้างสรรค์ให้เด็กดูไม่จำเจ เป็นกำลังใจให้ผลิตหนังดีๆ ให้เด็กๆได้ชมกันอีกครับ